ข่าว

ชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับปี 2550

Back22 กุมภาพันธ์ 2551

ที่ บชง. 0103/2551

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551

เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับปี 2550

เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ขอชี้แจงผลการดำเนินงาน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

I. รายได้จากการดำเนินงานแยกตามประเภทธุรกิจ
บริษัทและบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2550 ในธุรกิจขาย อสังหาริมทรัพย์ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมียอดขายบ้าน จากโครงการคาซ่า วิลล์และโครงการคาซ่า ซิตี้เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเป็นบ้านระดับกลาง โดยบริษัทและ บริษัทย่อยสามารถทำกำไรขั้นต้นจากบ้านระดับกลางได้สูงขึ้น ทั้งนี้เพราะความต้องการบ้านของผู้บริโภคในระดับ กลางยังคงมีอยู่สูง รวมทั้งโครงการบ้านของบริษัทและบริษัทย่อยตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ส่วนธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ของบริษัทและบริษัทย่อยนั้นมีรายได้ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เพราะบริษัทมีการปิดห้อง พักบางส่วนของธุรกิจเซอร์วิส อะพาร์ตเม้นต์ เพื่อปรับปรุงสภาพห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการให้ดีขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงเนื่องจากปัญหาความไม่ชัดเจนของการเมืองภายในประเทศ ประเทศไทยมี ข้อจำกัดของเงินลงทุนจากชาวต่างประเทศอันเป็นผลกระทบจากการแก้ไขกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่าง ด้าวในประเทศไทยที่ยังไม่แล้วเสร็จ และมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยในการกันเงินสำรองร้อยละ 30 สำหรับเงินลงทุนที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงส่งผลทำให้การลงทุนจากต่างประเทศ ชะลอตัวลงด้วย จึงส่งผลให้นักธุรกิจเดินทางเข้ามาประกอบธุระกรรมในประเทศไทยลดน้อยลง นอกจากนี้รายได้ จากอาคารสำนักงานให้เช่าลดลง เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยไม่มีรายได้ค่าเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานและค่า บริการที่เกี่ยวข้องของโครงการคิวเฮ้าส์ เพลินจิตและโครงการคิวเฮ้าส์ลุมพินี ซึ่งได้เป็นของกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์("กองทุนฯ") จากการที่บริษัทและบริษัทย่อยได้ให้สิทธิการเช่าโครงการ และ จำหน่ายโครงการดังกล่าวตามลำดับเข้ากองทุนฯซึ่งสามารถสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบตามประเภทธุรกิจได้ดัง ต่อไปนี้

(หน่วย : ล้านบาท)
2550
2549
ผลแตกต่าง
(ล้านบาท)
ผลแตกต่าง
(%)
รายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน
9,057.9
7,640.9
1,417.0
18.5
รายได้จากการขายห้องชุดพักอาศัย
-
458.0
(458.0)
(100.0)
รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคาร สำนักงานและค่าบริการ
287.4
472.0
(184.6)
(39.1)
รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคาร พักอาศัยและค่าบริการ
901.0
922.3
(21.3)
(2.3)
กำไรจากการขายอาคารและโอน สิทธิการเช่าที่ดิน
-
1,516.0
(1516.0)
(100.0)
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตาม วิธีส่วนได้เสีย
216.8
(59.9)
276.7
461.9
รายได้อื่น
117.4
106.0
11.4
10.8
รวมรายได้
10,580.5
11,055.3
(474.8)
(4.3)

สรุปบริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมสำหรับปี 2550 และ 2549 จำนวน 10,580.5 ล้านบาท และ 11,055.3 ล้านบาทตามลำดับ ลดลงจำนวน 474.8 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 4.3 เมื่อเปรียบเทียบกับผลการ ดำเนินงานงวดเดียวกันของปี 2549 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1) รายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดิน ในปี 2550 เพิ่มขึ้นจำนวน 1,417.0 ล้านบาท หรือเพิ่ม ขึ้นร้อยละ18.5 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากในปี 2550 บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดขายบ้านโครงการใหม่ ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2550 จำนวน 15 โครงการ และได้ปิดโครงการเก่าที่ขายหมดแล้วจํานวน 7 โครงการ ดังนั้น บริษัทและบริษัทย่อยจึงมีโครงการเพิ่มขึ้นสุทธิจำนวน 8 โครงการ โดยมีรายละเอียดสำหรับโครงการบ้านเปิดใหม่ ดังนี้

- โครงการลัดดารมย์ Elegance พระรามห้า ในไตรมาส 3 ของปี 2549

- โครงการลัดดารมย์ ราชพฤกษ์ รัตนาธิเบศร์ ในไตรมาส 3 ของปี 2549

- โครงการลัดดารมย์ วัชรพล เฟส 3 ในไตรมาส 1 ของปี 2550

- โครงการลัดดารมย์ ราชพฤกษ์ ปิ่นเกล้า ในไตรมาส 2 ของปี 2550

- โครงการวรารมย์ พหลโยธิน-สายไหม ในไตรมาส 4 ของปี 2549

- โครงการวรารมย์ แก้วนวรัฐ เฟส 1 ในไตรมาส 1 ของปี 2550

- โครงการวรารมย์ เจริญเมือง ในไตรมาส 1 ของปี 2550

- โครงการคาซ่าวิลล์ ราชพฤกษ์ รัตนาธิเบศร์ ในไตรมาส 2 ของปี2549

- โครงการคาซ่าวิลล์ วัชรพล เฟส 2 ในไตรมาส 3 ของปี 2549

- โครงการคาซ่าวิลล์ พระรามสอง ในไตรมาส 4 ของปี 2549

- โครงการคาซ่าวิลล์ ศรีนครินทร์ ในไตรมาส 1 ของปี 2550

- โครงการคาซ่าซิตี้ เอกมัย-รามอินทรา สุคนธสวัสดิ์ 1 ในไตรมาส 4 ของปี 2549

- โครงการคาซ่าซิตี้ ลาดพร้าว ในไตรมาส 4 ของปี 2549

- โครงการคาซ่าซิตี้ เอกมัย รามอินทรา นวลจันทร์ 1 ในไตรมาส 3 ของปี 2550

- โครงการคาซ่าซิตี้ รามคำแหง ในไตรมาส 3 ของปี 2550

2) รายได้จากการขายห้องชุดพักอาศัย บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีรายได้จากการขายห้องชุดพักอาศัย ในปี2550 หรือลดลงจำนวน 458.0 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 100 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากบริษัท ได้ปิดการขายห้องชุดพักอาศัยของโครงการชะอำลองบีช ที่ตั้งอยู่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีในปี 2549 อย่างไรก็ ตามบริษัทและบริษัทย่อยกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการห้องชุดพักอาศัยเพื่อขาย 2 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถ รับรู้รายได้ในปี 2552 และ2553 สำหรับสภาพตลาดห้องชุดพักอาศัยเพื่อขายโดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ใกล้สถานีรถไฟฟ้าทั้ง BTS และMRTนั้น ยังอยู่ในความต้องการสูง ซึ่งโครงการทั้ง 2 แห่งของบริษัทและบริษัทย่อย ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS

3) รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง ในปี 2550 ลดลงจำนวน 184.6 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 39.1 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากในปลายปี 2549 บริษัทได้เข้าทำ สัญญาให้เช่าที่ดินและอาคารรวมถึงระบบสาธารณูปโภคพร้อมส่วนควบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโครงการคิวเฮ้าส์ เพลินจิต และบริษัทย่อยได้เข้าทำสัญญาขายอาคารและระบบสาธารณูปโภค พร้อมส่วนควบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และโอนสิทธิการเช่าในสัญญาเช่าที่ดินโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินีให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ เมื่อเดือนธันวาคม 2549 ทำให้รายได้ที่มาจากอาคารสำนักงานให้เช่าลดลง

4) รายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในอาคารพักอาศัยและค่าบริการที่เกี่ยวข้องในปี2550 ลดลงจำนวน 21.3 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 2.3 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากปี 2550 อัตราการเข้าพักอาศัยของลูกค้าโดย เฉลี่ยลดลง สืบเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและบริษัทได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่ห้องพักอาศัยบางส่วนของ อาคารเซ็นเตอร์พอยต์ เพชรบุรี สุขุมวิท และสีลม โดยโครงการเซ็นเตอร์พอยต์ เพชรบุรี และสุขุมวิทเสร็จสมบูรณ์ ในกลางปี 2550 ส่วนโครงการเซ็นเตอร์ พอยต์ สีลม คาดว่าจะแล้ว เสร็ จต้นปี 2552 ซึ่งส่งผลให้รายได้จาก ค่าเช่าพื้นที่ในอาคารพักอาศัยและค่าบริการที่เกี่ยวข้องลดลง

5) กำไรจากการขายอาคารและโอนสิทธิการเช่าที่ดิน ปี 2550 บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีกำไร จากการขายอาคารและสิทธิการเช่าที่ดิน ทั้งนี้เพราะบริษัทและบริษัทย่อยไม่มีการจำหน่ายอาคารหรือโอนสิทธิ การเช่าเข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จึงทำให้กำไรส่วนนี้ลดลงจำนวน 1,516.0 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 100 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 ซึ่งกำไรจากการขายอาคารและโอนสิทธิการเช่าที่ดินของปี 2549 มาจากการจำหน่าย อาคารพร้อมส่วนควบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและสิทธิการเช่าโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริม ทรัพย์ควอลิตี้เฮ้าส์

6) รายได้จากส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย ปี 2550 บริษัทมีรายได้จาก ส่วนแบ่งกําไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสียเพิ่มขึ้นจํานวน 2767 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ461.9 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2549 โดยที่ในปี 2550 บริษัทร่วม 4 แห่ง มีส่วนแบ่งกําไร(ขาดทุน)ตาม วิธีส่วนได้เสียดังนี้คือ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)เพิ่มขึ้นจำนวน 24.2 ล้านบาท ส่วนแบ่งขาดทุนของบริษัท ควอลิตี้ คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นจำนวน 8.3 ล้านบาท มีส่วนแบ่งผลกำไรจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จํากัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นจํานวน 191.4 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งกําไรของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์เพิ่มขึ้นจำนวน 69.4 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับงวด เดียวกันของปี 2549

7) รายได้อื่น ในปี 2550 เพิ่มขึ้นจำนวน 11.4 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 เมื่อเปรียบเทียบกับ ปี 2549 เนื่องจากบริษัทย่อยได้บันทึกประมาณการต้นทุนค่าก่อสร้างอาคารค้างจ่ายสูงไปในปี 2549 ดังนั้นบริษัทย่อย จึงได้บันทึกลดต้นทุนค่าก่อสร้างอาคารโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินีลงและบันทึกเป็นรายได้อื่นจำนวน 40.0 ล้านบาท

II. ต้นทุนขายแยกตามประเภทธุรกิจ

(หน่วย : ล้านบาท)
2550
2549
ผลแตกต่าง
(ล้านบาท)
ผลแตกต่าง
(%)
ต้นทุนการขายบ้านพร้อมที่ดิน
6,527.4
5,932.6
594.8
10.0
ต้นทุนการขายห้องชุดพักอาศัย
-
315.1
(315.1)
(100.0)
ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
- อาคารสำนักงาน
167.1
347.3
(180.2)
(51.9)
ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
- อาคารพักอาศัย
594.7
568.0
26.7
4.7
รวมต้นทุนขาย
7,289.2
7,163.0
126.2
1.8

ต้นทุนขายรวมของปี 2550 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2549 จำนวน 126.2 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 เนื่องจาก

1. ต้นทุนขายบ้านพร้อมที่ดินเพิ่มสูงขึ้นตามยอดโอนขายบ้านที่เพิ่มสูงขึ้นจำนวน 594.8 ล้านบาทหรือร้อยละ 10.0 รวมทั้งค่าวัสดุก่อสร้างและต้นทุนค่าพัฒนาโครงการเพิ่มสูงขึ้นด้วย

2. ต้นทุนขายหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยลดลงจำนวน 315.1 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 100.0 เนื่องจาก บริษัทได้ปิดโครงการชะอำลองบีช เนื่องจากขายหมดในปี 2549

3. ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการอาคารสำนักงานให้เช่าลดลงจำนวน 180.2 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 51.9 เนื่องจากบริษัทได้ทำสัญญาให้เช่าระยะยาวโครงการคิวเฮ้าส์ เพลินจิตและบริษัทย่อยได้จำหน่าย อาคารและโอนสิทธิการเช่าพร้อมส่วนควบโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริม ทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์ ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ส่งผลให้ต้นทุนขายที่เกิดจากอาคารดังกล่าวลดลง

4. ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการอาคารที่พักอาศัยให้เช่าที่เพิ่มขึ้นจำนวน 26.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 เนื่องจากค่าเช่าอาคารและอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆของโครงการเซ็นเตอร์ พอยท์ วิทยุและโครงการ เซ็นเตอร์ พอยท์ ทองหล่อมีการปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขในสัญญาเช่าที่ได้ทำไว้แล้ว รวมทั้งการเพิ่ม สูงขึ้นของภาษีโรงเรือน

III. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และดอกเบี้ยจ่าย

(หน่วย : ล้านบาท)
2550
2549
ผลแตกต่าง
(ล้านบาท)
ผลแตกต่าง
(%)
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
1,624.3
1,576.3
48.0
3.0
ค่าเผื่อหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจาก คดีฟ้องร้อง
0.5
17.2
(16.7)
(97.1)
ค่าเผื่อหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากการรับประกัน กำไรสุทธิของโครงการ
52.2
72.2
(20.0)
(27.7)
ดอกเบี้ยจ่าย
143.7
293.6
(149.9)
(51.1)
ภาษีเงินได้นิติบุคคล
404.3
926.9
(522.6)
(56.4)

1) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ในปี 2550 เพิ่มขึ้นจำนวน 48.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ3.0 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมโอน บ้านพร้อมที่ดินห้องชุดพักอาศัยที่เพิ่มขึ้นตามยอดโอนจำนวน 34.3 ล้านบาท และมียอดภาษีธุรกิจเฉพาะที่เกิดจาก การขายอาคารและสิทธิการเช่าที่ดิน โครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ลดลงจำนวน 160.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการขาย และตลาดเพิ่มขึ้นจำนวน 10.7 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายบริการหลังการขายเพิ่มขึ้นจํานวน 52.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่า ดูแลและซ่อมแซมสาธารณูปโภคส่วนกลางโครงการบ้านที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้นจำนวน 52.3 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยได้มีการบันทึกค่าตอบแทนพนักงานเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการที่ พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายที่บริษัทและบริษัทย่อยตั้งไว้ และค่าใช้จ่ายสำนักงานและการดำเนินงาน อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 58.4 ล้านบาท

2) ค่าเผื่อหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากคดีฟ้องร้องในปี 2550 ลดลงจำนวน 16.7 ล้านบาท หรือลดลง ร้อยละ 97.1 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากในปี 2550 บริษัทและบริษัทย่อยไม่เกิดคดีฟ้องร้องและเรียก ชดเชยความเสียหายจากลูกค้าและเจ้าหนี้ เว้นแต่กรณีที่ลูกค้าห้องชุดพักอาศัยโครงการเซ็นเตอร์ พอยต์ หลังสวน ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายบริษัทจากการที่บริษัทยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนด ซึ่งบริษัทได้ตั้งสำรองเผื่อหนี้สินที่อาจจะ เกิดขึ้นในปี 2550 เป็นจำนวนเงินรวม 0.5 ล้านบาท

3) ดอกเบี้ยจ่าย ในปี 2550 ลดลงจากงวดเดียวกันของปี 2549 จำนวน 149.9 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 51.1 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากบริษัทย่อยได้ขายอาคารและโอนสิทธิการเช่า ที่ดินโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินี และบริษัทได้ให้สิทธิการเช่าอาคารสำนักงานโครงการคิวเฮ้าส์ เพลินจิตเป็น ระยะเวลา 30 ปี แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ควอลิตี้ เฮ้าส์ และได้นำเงินรับดังกล่าวไปชำระคืนเงินกู้ยืมแก่ สถาบันการเงินในปลายปี 2549 ส่งผลให้ในปี 2550 ดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทและบริษัทย่อยลดลง นอกจากนี้ใน ระหว่างปี 2550 บริษัทและบริษัทย่อยได้มีการบันทึกดอกเบี้ยจ่ายเข้าเป็นต้นทุนโครงการบ้านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผล จากการเร่งพัฒนาที่ดินเปล่าที่ซื้อไว้รองรับการขยายตัวของโครงการบ้านในอนาคต

4) ภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2550 ลดลงจำนวน 522.6 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 56.4 เมื่อ เปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจากในปี 2549 บริษัทย่อยได้ขายอาคารและโอนสิทธิการเช่าที่ดินโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์แล้วเกิดกำไรจากการขายสินทรัพย์ดังกล่าวเป็นจำนวน 2,039.0 ล้านบาท บริษัทย่อยจึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจำนวน 611.7 ล้านบาท

IV. กำไรสุทธิ

(หน่วย : ล้านบาท)
 
2550
2549
ผลแตกต่าง
(ล้านบาท)
ผลแตกต่าง
(%)
กำไรสุทธิ
1,066.3
1,006.1
60.2
6.0

บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิของปี 2550 เพิ่มขึ้นจำนวน 60.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549 เนื่องจาก

- บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้นจากการขายบ้านพร้อมที่ดิน เพิ่มขึ้นและมีอัตรากําไรขั้นต้นของการขายบ้านพร้อมที่ดินถัวเฉลี่ยของปี 2550 เพิ่มขึ้นจากปี 2549 เป็นร้อยละ 27.9 ขณะที่ปี 2549 เท่ากับร้อยละ 22.4 หรือมีกำไรขั้นต้นของปี 2550 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2549 จำนวน 822.2 ล้านบาท ขณะที่ปี 2550 บริษัทไม่มี รายได้จากการขายห้องชุด พักอาศัยจึงส่งผลให้กําไรขั้นต้นจากการขายห้องชุดพักอาศัยลดลง จำนวน 142.9 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ปิดโครงการชะอำลองบีช ที่ขายหมดในไตรมาส 2 ของปี 2549

- บริษัทและบริษัทย่อยมีกําไรขั้นต้นจากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของปี 2550 ลดลงจากงวด เดียวกันของปี 2549 จำนวน 52.3 ล้านบาท เนื่องจากกำไรขั้นต้นที่มาจากรายได้ค่าเช่าพื้นที่ใน อาคารพักอาศัยและค่าบริการที่เกี่ยวข้องลดลงจำนวน 48.0 ล้านบาท

- บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย ในปี 2550 เพิ่มขึ้นจำนวน 276.7 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2549

- บริษัทและบริษัทย่อยไม่มีกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ปี 2550 มี กำไรจากการขายสินทรัพย์ลดลงจำนวน 1,516.0 ล้านบาท

- บริษัทและบริษัทย่อยมีดอกเบี้ยจ่ายของปี 2550 ลดลงจำนวน 149.9 ล้านบาท

- บริษัทและบริษัทย่อยมีภาษีเงินได้นิติบุคคลของปี 2550 ลดลงจำนวน 522.6 ล้านบาท

V. ฐานะทางการเงิน

(หน่วย : ล้านบาท)
 
31 ธ.ค.2550
31 ธ.ค.2549
ผลแตกต่าง(ล้านบาท)
ผลแตกต่าง(%)
สินทรัพย์รวม
23,857.7
20,304.9
3,552.8
17.5
หนี้สินรวม
14,813.4
11,744.4
3,069.0
26.1
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม
9,044.3
8,560.5
483.8
5.7

* ฐานะการเงิน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจำนวน 3,552.8 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549(ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549) ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัทและ บริษัทย่อยได้ซื้อที่ดินและลงทุนในค่าพัฒนาโครงการบ้านเพิ่มขึ้นสุทธิ 3,325.9 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของ ยอดขายโครงการบ้านและห้องชุดที่พักอาศัยเพื่อขายในอนาคต ส่วนหนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจำนวน 3,069.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2549(ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549) เนื่องจากบริษัทได้มีการกู้ยืม เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นจำนวน 2,406.0 ล้านบาท และออกหุ้นกู้ใหม่จำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการ ซื้อที่ดินและลงทุนในค่าพัฒนาโครงการบ้านและก่อสร้างอาคารสูงเพื่อขายและให้เช่า เพื่อรองรับการ ขยายตัวของยอดรายได้และยอดขายในอนาคตตามเป้าหมายที่บริษัทและบริษัทย่อยได้ตั้งไว้ และชำระคืนเงินกู้ยืมบาง ส่วน รวมทั้งในปี 2549 บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ได้ขายอาคารและโอนสิทธิการเช่าที่ดิน และอุปกรณ์ที่ เกี่ยวข้องของโครงการคิวเฮ้าส์ ลุมพินีให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ เฮ้าส์เป็นจำนวนเงิน 5,086.0 ล้านบาท (หลังหักภาษีมูลค่าเพิ่ม) และบริษัทได้ให้สิทธิการเช่าอาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องของโครงการ คิวเฮ้าส์ เพลินจิตแก่กองทุนรวมเป็นจำนวนเงิน 819.0 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงินที่ได้รับทั้งหมดได้นำไป ชำระคืนเงินกู้ยืมและส่วนที่เหลือได้นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนจึงทำให้หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2549ต่ำกว่า ณ สิ้นปี 2550

* ส่วนของผู้ถือหุ้น
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 บริษัท มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นจากปี 2549(ณ วั นที่ 31 ธันวาคม 2549) จำนวน 483.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 เนื่องจาก

- บริษัทมียอดกำไรสุทธิสำหรับปี 2550 จำนวน 1,066.3 ล้านบาท

- บริษัทมีจำนวนเงินที่ได้รับในปี 2550 จากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อ หุ้นสามัญ ครั้งที่ 4 (QH-W4) และการใช้ สิทธิซื้อหุ้นสามัญของใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น สามัญที่เสนอขายให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัทและหรือบริษัทย่อย 3 (ESOP-W 3)เป็น จำนวนเงินรวม 61.9 ล้านบาท และบริษัทได้นําเงินดังกล่าวไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการ ดำเนินงานของบริษัท

- บริษัทมีส่วนเกินทุน (ส่วนต่ำ) จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจำนวน 7.4 ล้านบาท

- ในเดือน พฤษภาคม 2550 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลเป็นเงินรวม 651.8 ล้านบาท จากกำไรสุทธิปี 2549 ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2550 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2550

VI สรุปการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญในรอบปีที่ผ่านมา

- ธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดิน ปี 2550 บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดขายโครงการบ้านพร้อมที่ดินใหม่ จำนวน 8 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 10,110.0 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ ที่เปิดในบริษัทจำนวน 4 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 6,780.0 ล้านบาท และ โครงการที่เปิดโดยบริษัทย่อยจำนวน 4 โครงการมูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 3,330.0 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อยได้มีการชำระเงินจองและเงินโอนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนา โครงการเพิ่มขึ้นจำนวน 11 โครงการ และส่วนที่ซื้อเพิ่มขยายต่อจากที่ดินเดิมของปี 2549 จำนวน 5 โครงการ เป็นจำนวนเงิน 4,111.0 ล้านบาท

- ธุรกิจขายบ้านพร้อมที่ดิน ปี 2550 บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดขายโครงการบ้านพร้อมที่ดินใหม่ จำนวน 8 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 10,110.0 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ ที่เปิดในบริษัทจำนวน 4 โครงการ มูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 6,780.0 ล้านบาท และ โครงการที่เปิดโดยบริษัทย่อยจำนวน 4 โครงการมูลค่าขายโครงการรวมประมาณ 3,330.0 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทและบริษัทย่อยได้มีการชำระเงินจองและเงินโอนซื้อที่ดินเพื่อพัฒนา โครงการเพิ่มขึ้นจำนวน 11 โครงการ และส่วนที่ซื้อเพิ่มขยายต่อจากที่ดินเดิมของปี 2549 จำนวน 5 โครงการ เป็นจำนวนเงิน 4,111.0 ล้านบาท

- ธุรกิจอาคารที่พักอาศัยให้เช่าปี 2550 บริษัทได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมใหญ่อาคารที่พักอาศัย โครงการเซ็นเตอร์ พอยต์ เพชรบุรี สุขุมวิท และสีลม โดยที่โครงการเซ็นเตอร์ พอยต์ เพชรบุรี และสุขุมวิทปรับปรุงแล้วเสร็จกลางปี 2550 ยกเว้นโครงการเซ็นเตอร์ พอยท์ สีลม ซึ่งจะแล้ว เสร็จทั้งหมดภายในต้นปี2552 ทั้งนี้เพื่อให้อยู่ในสภาพดีทันสมัย สามารถเพิ่มรายได้และสามารถ แข่งขันในตลาดได้ โดยดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมแบ่งเป็นส่วนๆ เพื่อให้กระทบต่อลูกค้าภายใน อาคารและรายได้ของบริษัทน้อยที่สุด นอกจากนี้ บริษัทและหรือบริษัทย่อยได้ทำสัญญารับจ้างบริหารโครงการแกรนซ์ เซ็นเตอร์พอยต์ โฮเทล แอนด์ เรซิเด้นซ์ ราชดำริ ซึ่งเป็นอาคารโรงแรมและห้องชุดพักอาศัยให้เช่า อาคารสูง 50 ชั้น มีจำนวนห้องพัก 526 ห้อง ตั้งอยู่ที่ถนนราชดำริห์ เป็นระยะเวลา 3 ปี และมีสิทธิต่ออายุ สัญญาได้อีกเป็นคราวๆคราวละ 3 ปี โดยบริษัทและหรื อบริษัทย่อยจะได้รับค่าตอบแทนการให้ใช้ ระบบซอพท์แวร์ปฏิบัติงานค่าตอบแทนรายปี ค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมซึ่งผันแปรตามรายได้และ กำไรสุทธิ ค่าตอบแทนพนักงานของบริษัทหรือบริษัทย่อยที่ได้เข้าไปบริหารโครงการตามที่จ่ายจริง บวกค่าดำเนินการที่เกี่ยวข้องในการรับจ้างบริหารโครงการนี้ รวมเป็นเงิน ตลอดระยะเวลา 3 ปี ประมาณ 76.9 ล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบอำนาจให้กรรมการผู้จัดการเป็น ผู้มีอำนาจในการเจรจาตกลงและลงนามในสัญญาและเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการ เจรจาตกลงกำหนดอัตราค่ารับจ้างบริหารโครงการ และรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตามที่ เห็นสมควร

- หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน ครั้งที่ 1/2550 ในเดือนพฤศจิกายน 2550 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.9 ต่อปี และมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้เป็น BBB+ โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

ขอแสดงความนับถือ

 

(นางสุวรรณา พุทธประสาท)
รองกรรมการผู้จัดการ

 

ฝ่ายบัญชีและการเงิน
โทรศัพท์ 0-2677-7000
โทรสาร 0-2677-7011

Attachments

  • 20080222_qhT1.pdf (Size: 84,659 bytes)